สวัสดีค่า! ถึงตอนที่ 6 แหล่ว ขอบคุณสำหรับทุก comment นะคะ อ่านแล้วปลื้มอ่ะ ทำให้อยากแต่งอีกซักภาคจริง ๆ (แอบมีเนื้อเรื่องไว้แล้ว แต่ติดทำซับอยู่ คงไม่ได้แต่งนิยายอีกนาน)

Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

 

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-

   

...ได้ยินเสียง...  หญิงสาวเอ่ยด้วยความหวาดกลัว ภายในห้องอันมืดมิด อาวุธง้าวคู่ประกบวางอยู่ข้างมือเรียวขาวบอบบาง อาวุธซึ่งผู้เป็นพี่ชายได้มอบให้กับเธอ เพื่อเข่นฆ่าผู้อื่น หรือ เพื่อเข่นฆ่าตนเอง...

ทั้งเศร้า เจ็บปวด และสาปแช่งมาถึงท่านพี่  โออิจิยกมืออันสั่นระริกปิดบังใบหูของตนเอง พลางดวงตาเศร้าสลดราวหยาดน้ำจะหยดก็เหม่อมองพื้นอย่างสิ้นหวัง

ทั้งหมดเป็นเพราะอิจิเอง...  หญิงสาวทำได้เพียงรำพึงเงียบ ๆ ทว่า ลำแสงสีขาวแสนรักดวงหนึ่งก็ได้สะท้อนสู่ดวงตาเปื้อนหยาดน้ำเป็นเงาเรือง

...ท่าน...นากามาสะ?”  

*********************************

  เสียงผ้าคาดศีรษะสีแดงมัดเป็นปมดังขึ้นแผ่วเบา...สายลมยังคงพัดผ่านเนินซากุระอย่างอ่อนโยน จึงพัดพาเอาปลายผ้าคาด พร้อมกับปอยเส้นผมสีน้ำตาลยาวพลิ้วไหวไปพร้อมกัน

มาซามุเนะจูงม้าทั้งสองตัวขึ้นเนิน เป็นจังหวะเดียวกับที่หอกคู่กุเร็นถูกกระชับมั่นด้วยมือของเจ้าของ

พร้อมแล้วนะ 

ขอรับ  ยูกิมุระตอบ ชายหนุ่มยื่นมือไปสัมผัสอุ่นแผ่วเบาบนผิวแก้มอีกฝ่าย

พายุซากุระเมื่อยามค่ำคืน...ยังคงโหมกระพือเปลวเพลิงในหัวใจให้เผาผลาญทุกสิ่งมิจบสิ้น

ยูกิมุระมิได้ถอยหนี ดวงตาสีดำคู่สวยมองตามปลายนิ้วสากที่สัมผัสเรื่อยจากแก้มมาถึงริมฝีปาก พลางเมื่อมองใบหน้าของมาซามุเนะ เด็กหนุ่มก็ปล่อยกุเร็นแล้วยื่นมือออกไป

สัมผัสเบา ๆ ที่อุปกรณ์คาดตา

ยูกิมุระ?”

ดวงตาของท่าน...

มันไม่น่ามองนักหรอกนะ  มาซามุเนะจับมือเรียวเอาไว้

ข้า...อยากเห็น  ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปลดเชือกออก

ดวงตาขวาของมังกรนั้นเป็นสีขาวขุ่น มิอาจรับรู้ถึงแสงแห่งอรุณรุ่งที่เรืองรองจากขอบฟ้าสีมืดหม่น มาซามุเนะแค่นยิ้มเมื่อเห็นดวงตาสีดำคู่งามมองค้างอย่างพิจารณา

น่าเกลียดสินะ  สิ้นเสียงรำพึง ยูกิมุระส่ายหน้าเบา ๆ พลางสัมผัสดวงตาซึ่งมองไม่เห็นด้วยปลายนิ้ว

มาซามุเนะหลับตาทั้งสองข้างลง เผยยิ้มบาง แนบผิวแก้มกับปลายนิ้วราวกับจะจดจำสัมผัสอุ่น ๆ นี้เอาไว้

เนิ่นนาน ทว่า ซากุระก็ไม่ปลิดกลีบลงมาอีกแล้ว

                เมื่อพบกันอีกครั้ง...’

            ดวงตาของมังกรเปิดออก อุปกรณ์คาดตาแข็งแกร่ง บางเบาถูกคาดไว้ดังเดิม

เสร็จเรื่องจอมมารแล้ว ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็จะไม่มอบแผ่นดินนี้ให้ผู้ใดทั้งสิ้น  ดวงตาสีดำของเด็กหนุ่มฉายแววเจ็บปวดเมื่อได้ยิน หากดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้น มิได้มีความลังเลแม้แต่น้อย แม้แต่มือสากที่แตะใบหน้าของเขาก็มิได้มีอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป

                ข้าคงจะฆ่าเจ้าด้วยดาบของข้าเอง

                หรือไม่ เจ้าคงจะฆ่าข้าด้วยหอกของเจ้า...’       

ในสายตาของข้า ผู้ที่เหมาะสมจะได้ครองแผ่นดินมีแต่นายท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้นขอรับ  ยูกิมุระประคองดาบคาตานะทั้ง 6 เล่มไว้กับอ้อมอก พลางยื่นส่งให้ชายหนุ่ม ด้วยดวงตาสีดำสุกใสคล้ายกับเมื่อแรกสบบนหลังม้า ที่ภูเขาไซโจ

“หึ”  มาซามุเนะ รับกรงเล็บมังกรทั้ง 6 มาไว้ในมือ

หนทางของพวกเราที่มิอาจบรรจบกันได้ มีเพียงเท่านี้...’

อย่าลืมที่เจ้าพูดล่ะ!”  ชายหนุ่มหันหลังให้กับยูกิมุระ ทั้งสองขึ้นม้าคู่ใจ แล้วควบตะบึงไปยังจุดหมาย 

********************************* 

 

ศัตรูอยู่ที่วัดฮอนโนจิ  เสียงอันแผ่วเบามิดังไปกว่า เสียงไม้ที่ไหม้ไฟ ทว่า ชัดเจนท่ามกลางสายลม ของชายหนุ่มผู้ซึ่งมีเส้นผมยาวสีเทาเงินบนหลังม้า

ท่านจะหลับแล้ว หรือ กำลังเพลิดเพลินกับเรือนกายของคิโจว (ท่านหญิงโน) กันหนอ  ชายหนุ่มยังคงเอ่ยเรียบเรื่อย ท่ามกลางผืนธงที่โบกสะบัด เขายิ้มเล็กน้อย พลางขยับเคียวคู่ใจเบา ๆ ราวกับมันกำลังสั่นไหวอย่างยินดีมิแพ้กัน

ข้าอยากให้ท่านเก็บความสนุกสนานนั้นเอาไว้ ในโลงศพของท่าน...อย่างไรเล่า...ท่านโนบุนางะ  ใบหน้ายิ้มน้อย ๆ กำลังบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มกว้าง พลางแทบมิอาจปิดกั้นเสียงหัวเราะในลำคอ

อาเคจิ  มิตสึฮิเดะ...ผู้ทรยศต่อนาย

 

*********************************

เสียงฝีเท้าม้าสี่คู่ควบตะบึงมาตามถนน ทิ้งฝุ่นตลบไว้เบื้องหลัง ดึงความสนใจของมิตสึฮิเดะ ซึ่งนำทัพซุ่มอยู่บนเนินเขา  ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยกับแขกที่มิได้รับเชิญ ทว่า เมื่อกำลังขยับเคียวคู่ใจเบา ๆ อยู่นั้น ม้าทั้งสองตัวซึ่งบรรทุกมังกรตาเดียว และ พยัคฆ์น้อย ก็กระโดดข้ามประตูกำแพงวัดอันสงบเงียบไปเรียบร้อยแล้ว

ข้าผู้นำแห่งโอชู ดาเตะ มาซามุเนะ! วันนี้ข้าจะมาเอาหัวจอมมาร!”

ผู้ติดตามทาเคดะ...ซานาดะ เก็นจิโร่ ยูกิมุระ! โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้ โนบุนางะ!!”

ทั้งสองกระชับอาวุธในมือมั่น เมื่อประตูด้านข้างกำแพงถูกเปิดออก และกองทหารซึ่งซุ่มซ่อนอยู่ได้เผยตัวออกมาตรงเข้าปะทะทันที...

เส้นผมสีเทาเงินพลิ้วสะบัด เมื่อ มิตสึฮิเดะ นิ่งมองคนทั้งสองเบื้องล่าง

ไม่มีวี่แววของกองทัพติดตามเลย หรือว่า พวกนั้นมากันเพียงสองคน?”  เมื่อไตร่ตรองดีแล้ว ชายหนุ่มขยับเคียวเป็นสัญญาณ พลางควบม้าลงเนินเขาพร้อมกับกองทัพในทันที ทั้งยังคงความสงสัยเกี่ยวกับกองทหารภายในวัดฮอนโนจิอยู่จาง ๆ

มันเงียบสงบเกินไปจริง ๆ

เพียงกองทหารแค่หยิบมือ มิสามารถต้านทานคมหอก คมดาบของคนทั้งคู่ไปได้ พวกเขาต่างแตกพ่ายในเวลาอันรวดเร็วกับที่ มาซามุเนะ ผลักประตูวิหารด้านในเข้าไป และพบกับเพียงบัลลังก์อันว่างเปล่า

จอมมารฟ้าที่หก โอดะ โนบุนางะ มิได้นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น

นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”  ยูกิมุระเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงเดาะลิ้นอันไม่พึงพอใจของมาซามุเนะ ทั้งสองยืนอยู่ภายในวิหารครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะอันสนุกสนานจะดังขึ้น ตรงประตู

อาเคจิ  มิตสึฮิเดะ!”  เด็กหนุ่มเรียกชื่อชายที่ทำร้ายนายของเขาลอดไรฟันอย่างเคืองแค้น พลางกระชับกุเร็นในมือแน่นขึ้นอีก

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง หึหึ  มิตสึฮิเดะเผยยิ้มละไมเอ่ยอย่างเยือกเย็น ร่างผอมสูงพาเคียวคู่ใจขยับเข้าใกล้ทั้งคู่ทีละก้าว ทีละก้าว

แกรอพวกเราอยู่นานแล้วสินะ จอมมารอยู่ที่ไหน!?”  มาซามุเนะแค่นเสียง แต่มิลืมที่จะจับดาบให้ปลายคมวาวนั้นจดจ่อกับผู้มาเยือนคนสุดท้าย

แหม...  ชายหนุ่มผมสีเทาเงิน เปลี่ยนใบหน้าจากรอยยิ้มพรายเป็น รอยแสยะยิ้มอย่างรวดเร็ว

ดูเหมือนว่า แม้แต่ข้า ก็ถูกหลอกเช่นกัน 

บานประตู...ถูกปิดลงจนภายในมืดสนิท...

ผู้ที่ถูกเผาอยู่ในวัดฮอนโนจิวันนี้...มิใช่โนบุนางะเสียแล้ว

 

*********************************

 

เจ้าพวกขุนพลที่รวมตัวกันทางฝั่งตะวันออกถูกล่อหลอกจนป่านนี้คงจะติดกับ...รวมทั้งเจ้าคนทรยศนั่นด้วย  ท่านหญิงโน พูดพลาง เยื้องย่างด้วยเรียวขาขาวนวลประดับรอยสักผีเสื้อเหินสีม่วงอ่อน ภายในห้องส่วนตัวชั้นบนสุดของ ปราสาทอาซึจิ ซึ่งโนบุนางะกำลังทอดสายตามองไปยังวัดฮอนโนจิอย่างเงียบ ๆ

แค่เพียงคิดว่า เจ้าคนทรยศนั่นบังอาจยืมกองทหารของท่านคาซึซาโนสุเกะไปเพื่อทำร้ายตัวท่านเอง โนก็มิอาจอภัยให้ได้แล้วเจ้าค่ะ เพียงแค่ฆ่ามัน ยังมิสาสมกับที่มันทรยศท่านคาซึซาโนสุเกะเลยแม้แต่น้อย  นางพาร่างอ้อนแอ้นคุกเข่าลงแทบเท้า โนบุนางะซึ่งกลับมานั่งบนบัลลังก์ พลางรินสุรารสแรงให้ด้วยมือเรียวนุ่มนวล

ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จัดการกับสุนัขที่แว้งกัดเจ้าของได้เลย  โนบุนางะเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แล้วจึงดื่มสุราในถ้วยกะโหลกจนหมดเกลี้ยง...

 

*********************************

  เปลวเพลิงสีแดงส้มเข้มข้น เต้นรำอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า ปล่อยควันลอยคละคลุ้งเป็นเครื่องประดับที่น่ารังเกียจอย่างใจเย็น เหล่าทหารซึ่งถูกนำมาเพื่อสังหารโนบุนางะ บัดนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่อันแท้จริงของตนเอง โดยการจุดไฟเผา ศัตรูในวัดฮอนโนจิแห่งนี้...

นี่เจ้า...ถูกเขี่ยทิ้งแล้วสิ  มาซามุเนะได้ยินเสียงไม้ด้านนอกที่เริ่มไหม้ไฟ อุณหภูมิภายในวิหารเริ่มร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งประตูก็ถูกปิดจากด้านนอก ไม่ว่าจะมองด้านไหน พวกเขาทั้งสองก็ถูกล่อหลอกให้ติดกับ รวมถึงตัวมิตสึฮิเดะด้วย...

ข้าดูถูก คิโจว (ท่านหญิงโน) มากเกินไป...ไม่นึกเลยว่านางจะซ้อนแผนของข้า  มิตสึฮิเดะยังคงรอยยิ้มบนใบหน้าไม่เสื่อมคลาย เหงื่อที่ผุดพรายเพราะความร้อนหยดลงบนปลายเคียวคมปลาบ

เจ้าคิดจะฆ่าโนบุนางะ แล้วก็ยึดครองแผ่นดิน