สวัสดีค่ะ มาถึงตอนสุดท้ายแล้วค่ะ สำหรับ แฟนฟิค บาซาร่า เรื่องแรกในชีวิต (อยากจะบอกว่า มันเขียนรอดด้วย!!!!) สำหรับเนื้อหาที่อิงกับ อนิเม ภาคแรก ทั้ง 12 ตอนเนี่ย ยาวนานไม่ใช่เล่น โครงการต่อไปเอาอะไรดีหนอ ที่จริงแอบมีตอนต่อไปสำหรับเนื้อหาอิงจากเกมส์ภาค 2 มาแล้วนะคะ แต่ยังไม่เป็นรูปร่าง เพราะมัวทำซับ

หรือว่าจะเอา Dance in the vampire bund ฉบับวาย ๆ ที่ใช้ตัวละครเอก original (ที่คิดเอง) ดีหนอ หุหุ 

เอ้า เชิญอ่านกันดีกว่าค่ะ 


Warning : fan-fiction เรื่องนี้ เป็นแนว Yaoi หรือ ชายรักชายค่ะ หากท่านไม่มีความสนใจทางด้านนี้ เชิญกลับออกไปได้ค่ะ และขอความกรุณาผู้ที่จะนำไปลงที่อื่น (แม้จะมีหรือไม่มีก็ตาม ก็ไม่ได้เขียนเก่งไรถึงขั้นว่าจะมีใครเอาไปลงที่อื่นหรอก แต่ของแบบนี้เขาเรียกกันไว้ก่อนน่ะค่ะ) ว่าบอกเราซักนิด เครดิตชื่อคนเขียนอย่างเราซักหน่อย จะขอบคุณมากค่ะ

Sengoku Basara Fan-Fiction (ประหลาด)

Masa x Yuki

-A road in Dream-



ความฝัน....

ฝันหนึ่ง...ของคนคู่หนึ่ง

ซึ่งยืนอยู่คนละฟากฝั่งของแม่น้ำไหลเอื่อย

เปลวเพลิงของภูผาสีแดง

เกล็ดหิมะของบุปผาสีฟ้า

พยัคฆ์แห่งไค  เทพสงครามแห่งเอจิโกะ

ดวงตาของคนทั้งคู่กำลังมองความฝันเดียวกัน

ฝันหนึ่ง...ของคนคู่หนึ่ง

ที่ความมืดมิดสีราตรี จะแปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าสีขาวพร่าง

ฝันหนึ่ง...ของคนคู่หนึ่ง

จะเป็นความจริงของผู้คน

กลียุคของจอมมาร...

ถึงเวลาจบสิ้นลงแล้ว

จันทร์เสี้ยวกระจ่างกลางฟ้า สูงยิ่งนักกว่าจะฉายแสงส่องลงมาถึงพื้นดิน จันทร์ดวงนี้เหม่อมองผืนแผ่นดินอันสงบเงียบมาแสนนาน ก่อนจะได้มองเห็นเหล่าผู้คนซึ่งกำลังมุ่งมั่นไปยังจุดหมาย ควบตะบึงผ่านป่าใหญ่น้อย แนวพืชผล ผืนนากว้างสุดลูกหูลูกตา โดยทิ้งเพียงฝุ่นควันไว้เบื้องหลัง...

ผู้คนต่างแคว้น...ธงทัพหลากสี กองกำลังเหล่านี้ นำพาความมุ่งมาด ปรารถนาไปยังทิศทางเดียวกัน ภายใต้แม่ทัพคนเดียวกัน...

ท่านมาซามุเนะ...หรือว่า เรื่องนี้ท่านได้เตรียมการเอาไว้แล้ว...  ยูกิมุระควบม้าตามหลังผู้ถูกถามมาติด ๆ เมื่อมองดูกองทัพผสมเหล่านี้แล้วก็ทำให้อดคิดไม่ได้...

เรื่องอะไร?”

ที่ท่านยุบทัพดาเตะ...ตอนนั้น...เพื่อกระตุ้นจิตใจของข้า...  เมื่อคราที่มาซามุเนะประกาศยุบทัพตัวเอง ภายในใจเด็กหนุ่มมีแต่คำถามมากมาย ทว่า ในเวลานี้ ที่รวบรวมกองทัพใหญ่ได้ถึงขนาดนี้ และทำให้เขาออกก้าวเดินมาด้วยกันเช่นนี้...ก็เป็นเพราะคำประกาศนั้นนั่นเอง

ที่ข้ารู้คือ ทุกคนเดิมพันชีวิตกับสิ่งนี้  ยูกิมุระยิ้มจางเมื่อได้รับคำตอบจากชายหนุ่ม...

“Are YOU Ready Guys?!!”  คำถามของมาซามุเนะดังกึกก้องไปทั่ว ทว่า เสียงตอบรับกลับกึกก้องยิ่งกว่า จนแทบทำให้แผ่นดินสะเทือน ดวงจันทร์ซึ่งกำลังเฝ้ามองอยู่ไกล ๆ สั่นไหว

ปราสาทอาซึจิ จะเป็นหลุมฝังศพของจอมมาร!!! จัดการมันให้สิ้นซากไปเลย!!!!” 

และแล้ว ดวงจันทร์ก็ได้เฝ้ามองผู้คนเหล่านั้นต่อไป ท่ามกลางราตรีอันไร้ซึ่งประกายดวงดาว

 

*********************************

 

ดวงตาโศกคู่งามค่อยลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ราวกับอยู่ในภวังค์มาแสนนาน...เมื่อปรับภาพเบื้องหน้าจนแจ่มชัดแล้ว โออิจิถึงกับอุทานด้วยความสั่นกลัว

อิจิ...อิจิ...เป็นคนฆ่าหรือ?”  ร่างไร้วิญญาณของท่านหญิงโน นอนหงายอยู่บนพื้นไม้ขัดเงา...

ไม่...ไม่จริง...อิจิ...ทำร้ายท่านพี่หญิง ท่านพี่...  โออิจิพร่ำด้วยเสียงอันหวาดหวั่น ในห้วงความคิดทบทวนกลับไปกลับมา ถึงสาเหตุที่ได้ฆ่าพี่สะใภ้ลงไป ทว่า ก่อนที่นางจะได้ครุ่นคิดไปมากกว่านั้น เสียงระเบิดสนั่นดังจากชั้นล่างสุดของปราสาทก็ดังกึกก้องขึ้น...

...กองทัพ...ทุกคน...ทุกคนกำลังจะมาฆ่าท่านพี่แล้ว  ร่างบอบบางลุกขึ้นช้า ๆ พลางเดินไปยังชั้นบนสุดของปราสาทเพื่อตามหาพี่ชาย...

 

*********************************

 

สิ้นเสียงระเบิดดัง และกลุ่มควันได้จางหาย ประตูปราสาทอาซึจิอันแข็งแกร่งมิได้สะดุ้งสะเทือน หรือมีรอยกะเทาะแตกร้าวแม้แต่น้อย ไม่ว่าระเบิดหรือเปลวไฟที่ถูกขว้างเข้าไปกลับสูญหายไปสิ้น ราวกับถูกเงื้อมมืออันมืดมิดของจอมมารดูดกลืนเอาไว้

มาซามุเนะมองสถานการณ์เบื้องหน้าแล้ว ชายหนุ่มจึงนิ่งคิดหาวิธีบุกเข้าปราสาท ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น บาดแผลกระสุนจากศึกนากาชิโนะได้ประท้วงร่างกายขึ้นมา

ไม่สะดุ้งสะเทือนเลยซักนิด  ทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงประหลาดใจระงมของเหล่าทหารทั้งหลาย...

ที่บอกเล่าต่อกันมาดูท่าจะเป็นเรื่องจริง...ที่ว่ากำแพงปราสาทแข็งแกร่งราวเหล็กกล้า ผู้ใดก็มิอาจตีปราสาทอาซึจิได้สำเร็จ ท่านมาซามุเนะ...เราจะ...อ๊ะ!”  ยูกิมุระละสายตาจากกำแพงปราสาท ในดวงตาสีดำคู่สวยสะท้อนรอยเลือดจาง ๆ ซึ่งซึมผ่านเนื้อผ้าสีน้ำเงินเข้มออกมาจากบริเวณสีข้าง ที่เป็นบาดแผลดั้งเดิมของมาซามุเนะ

บาดแผลของท่าน! ต้องรักษา...

แค่แรงสะเทือนจากการขี่ม้าเท่านั้น...ที่สำคัญกว่าคือ เราต้องหาทางบุกทะลวงกำแพงหนาพวกนี้เข้าไปให้ได้เสียก่อน  มาซามุเนะเอ่ยปัด พลางยืดตัวขึ้นเพื่อมิให้เหล่าทหารผู้ติดตามรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ...

แต่ว่า... 

ซานาดะ ยูกิมุระ ข้าไม่ต้องการให้เจ้าต้องมาเป็นห่วง 

...อึก...  เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากเมื่อถูกปฏิเสธความห่วงใย  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของมังกรจึงลดความแข็งกร้าวลงหลายส่วน...ทว่า มาซามุเนะก็มิได้กล่าวอะไรอีกเพื่อปลอบใจ

เสียงหวืดหวือแหวกฝ่าอากาศจากเบื้องบนท้องฟ้าผ่านใกล้เข้ามา ทำให้เหล่าทหารหาญต้องแหงนหน้ามอง ฉับพลันก็ได้เห็นก้อนอาวุธสีดำสนิทตกลงมายังพื้นดิน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมประกายไฟแลบแปลบ และควันคลุ้ง ทำให้ทุกคนตระหนักได้ว่านี่คือ อาวุธจากตะวันตก

แรงระเบิดเมื่ออาวุธเหล่านั้นตกถึงพื้น ทำให้ทุกคนเกือบจะถูกลมอันรุนแรงจากการตกกระทบ กระแทกกระเด็นไปคนละทิศทาง ลูกหนึ่งตกเบื้องหน้า มาซามุเนะ และยูกิมุระ สายลมอันรุนแรงนำพาฝุ่นควันเข้ามาทำให้เด็กหนุ่มต้องหลับตาหนี เส้นผมสีน้ำตาลปลิวสะบัดไปตามแรงลม

นี่มันอะไรกัน?” 

ท่านแม่ทัพ มันลอยมาจากทางทะเลขอรับ!”  ทหารคนสนิทนายหนึ่งของมาซามุเนะรายงาน ขณะที่อาวุธสีดำอีกลูกหนึ่งตกใกล้พวกเขา ทว่า แม้จะค่อนข้างรุนแรง แต่อาวุธเหล่านั้นก็มิได้ทำร้ายเหล่าทหารโดยตรง พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย กลับเป็นอาวุธพวกนั้นเสียอีก ที่ดูราวกับมีระยะที่เพิ่มมากขึ้น และกำลังตกใกล้ประตูปราสาทอาซึจิมากขึ้นเรื่อย ๆ

เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับที่กำแพงปราสาทได้พังทลายลง เมื่ออาวุธนั้นตกกระทบอย่างถนัดถนี่ ในวินาทีนั้น มาซามุเนะได้เข้าใจในทันทีว่าอาวุธเหล่านั้นมาเพื่อพวกเขา

ท่านมาซามุเนะ...นี่มัน...

ฮ่ะ...! ดูเหมือนว่าเราจะมีอาวุธตะวันตกกับเขาบ้างแล้วสินะ หนุ่มเจ้าสำราญนั่นทำอะไรได้รวดเร็วดีจริง  ชายหนุ่มกล่าวชื่นชม นักเดินทางร่างสูง ที่อุตส่าห์เดินทางไกลเพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน

อ๊ะ หรือว่า...มาเอดะ เคย์จิ...เจรจากับโมริ และ โจโซคาเบะ สำเร็จแล้ว  ดวงตาสีดำของเด็กหนุ่มเป็นประกาย เมื่อมองกำแพงปราสาทค่อย ๆ ร่วงกราวลงมา เผยภายในของปราสาทอาซึจิอันแข็งแกร่งให้เห็น

ไปกันเถอะ ยูกิมุระ  มาซามุเนะควบม้านำไปจุดที่กำแพงปราสาทพังลง ยูกิมุระดึงบังเหียนบังคับม้าตามอย่างรวดเร็ว

 

*********************************

 

หึ!”  โอดะ โนบุนางะ นั่งบนบัลลังค์ในชั้นบนสุดของปราสาท ดวงตามืดมิดดุจราตรีกาลมองเห็นทุกอย่าง รวมทั้งการบุกของกองทัพผสมเหล่านั้นอีกด้วย ชายผู้ได้ชื่อว่าจอมมารฟ้าที่หก แสยะยิ้มพลางลุกขึ้นยืนสั่งการ

>คิดหรือว่า มีลูกเล่นเพียงเท่านี้ จะสามารถบุกตีปราสาทของข้าได้...จัดการระเบิดน่ารำคาญพวกนั้นซะ!”  โนบุนางะสะบัดผ้าคลุมสีแดงดั่งเลือด ปืนใหญ่สีทองเข้มบนปราสาทยิงสกัดเหล่าอาวุธตะวันตกสีดำที่ถูกยิงเข้ามาอีกครั้งจนสิ้นซาก

กองทัพของข้า! ฆ่าพวกมันให้หมด!!” 

เหล่าทหารหาญทัพโอดะ เมื่อได้รับคำสั่งจากนายเหนือหัว จากที่จัดทัพป้องกันอยู่ภายใน ก็เคลื่อนทัพออกเพื่อสกัดกั้นการบุกของมาซามุเนะและยูกิมุระตรงบริเวณรอยแตกของกำแพงทันที

โนบุนางะออกมายืนบนระเบียง มองดูสถานการณ์ซึ่งกำลังดำเนินไป โดยที่ท่านหญิงโออิจิผู้เป็นน้องสาวกำลังคืบใกล้เข้ามา

ขอโทษค่ะ...ท่านพี่...อิจิ  ทำให้ท่านพี่หญิง...  โออิจิเอ่ยเสียงสั่น พลางก้าวเข้ามายืนด้านหลัง

ช่างมัน...ผู้หญิงนั่นมันก็มีความสามารถแค่นั้นแหละ  นอกจากโนบุนางะจะไม่แม้แต่หันมามองแล้ว ยังเอ่ยตอบคำขอโทษของน้องสาวอย่างไม่ยี่หระอีกด้วย...

แค่นั้น?...ทั้ง ๆ ที่ท่านพี่หญิงอุตส่าห์รักท่านพี่ถึงขนาด...ถึงขนาดยอมสละทั้งชีว